เนื้อหาที่น่าสนใจ

เนื้อหาที่น่าสนใจโดย ThaiRAP

Clear Zone: สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับถนนปลอดภัย

ลองจินตนาการหากเราต้องเดินบนสันเขาที่พร้อมพลาดตกได้ทุกเมื่อหากประมาท คงจะดีไม่น้อยหากมีพื้นที่เผื่อทั้งฝั่งซ้ายและขวา เพราะทุกคนย่อมผิดพลาดกันได้ การขับขี่บนท้องถนนก็เช่นเดียวกัน Clear zone คือสิ่งที่สามารถช่วยเราได้

Clear zone หมายถึง เขตปลอดภัยข้างทางที่ไม่มี
วัตถุ/สภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ทาง
เมื่อผู้ใช้ทางหลุดออกนอกถนน เช่น ต้นไม้ขนาดใหญ่ เสาไฟฟ้า โครงสร้างแข็ง ทางต่างระดับ

ถนนประเภทต่างๆ มีค่า Clear zone ที่แตกต่างกัน โดยขึ้นกับปัจจัยต่าง ๆ รวมถึงเรขาคณิดของถนน และค่าความเร็วในการขับขี่

 

โอกาสที่รถที่สูญเสียการควบคุมแล้วไถลไปข้างถนน และชนกับสิ่งอันตรายข้างทาง ย่อมขึ้นอยู่กับว่าสิ่งอันตรายดังกล่าวอยู่ห่างจากขอบถนนมากน้อยเพียงใด

แล้วค่าความเสี่ยงเป็นอย่างไรบ้าง?
ตามเอกสารของ International Road Assessment Programme (iRAP) ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หากพิจารณาความเสี่ยงของระยะ Clear zone พบว่า

- ระยะ 0 - <1 เมตร มีค่าความเสี่ยงสูงสุด

- ระยะ 1 - <5 เมตร จะสามารถลดความเสี่ยงได้ 20%

- ระยะ 5 - <10 เมตร จะสามารถลดความเสี่ยงได้ 65%

- ระยะตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป จะสามารถลดความเสี่ยงได้ 90%


#ThaiRAPofficial
#เพราะทุกชีวิตมีค่า

1/4

ภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงสีข้าวทรัพย์อนันต์ ริมถนนสายสุรินทร์-ปราสาท อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2563 ได้บันทึกภาพรถยนต์กระบะโตโยต้า 4 ประตู ขับมาด้วยความเร็วถึงถนนช่วงโค้ง เสียหลักหลุดโค้ง สไลด์ปีนข้ามเกาะกลางถนน ไปชนรถมิตซูบิชิ ปาเจโรสปอร์ต ที่ขับสวนมาอย่างแรง

ภาพจากกล้องวงจรปิด
https://seeme.me/ch/js100/9OvarK


เหตุการณ์นี้หลายฝ่ายอาจคิดว่าสาเหตุหลักของการเสียชีวิตเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ นานา บ้างก็โทษผู้ขับขี่ว่าขับรถเร็ว บ้างอาจจะโทษยานพาหนะว่าเบรกไม่ดี หรืออาจจะโทษสภาพผิวถนนลื่น เนื่องจากลมฟ้าอากาศ แต่สิ่งหนึ่งที่จะตัดปัญหาการชนแบบประสานงาลักษณะนี้ให้หมดไปได้ คือการติดตั้งราวกันอันตรายที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม

การแบ่งทิศทางการจราจรแบบที่เกิดเหตุโดยใช้เกาะกลางแคบ ๆ ในทางทฤษฎีแล้วมีความเสี่ยงในการเกิดการประสานงาค่อนข้างสูงเทียบเท่ากับการแบ่งทิศทางการจราจรโดยใช้เส้นสีเลยทีเดียว

ตามเอกสารของ International Road Assessment Programme (iRAP) ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หากพิจารณาความเสี่ยงในการชนแบบประสานงา เนื่องจากการควบคุมรถไม่ได้ พบว่า
- เกาะกลางที่ใช้เพียงเส้นสี (เกาะสี) มีค่าความเสี่ยงสูงสุด
- เกาะกลางที่มีความกว้าง 0-1 เมตร จะสามารถลดความเสี่ยงได้เพียง 10%
- การใช้ราวกันอันตรายไม่ว่าจะเป็นเหล็กหรือคอนกรีต จะสามารถขจัดความเสี่ยงได้ทั้งหมด หรือมีค่าความเสี่ยงเทียบเท่ากับ 0

ที่มา: iRAP Road Attribute Risk Factors
#เพราะทุกชีวิตมีค่า #ThaiRAP

98347699_251572676184605_157096492652298